Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 186

<< | หน้าที่ 186 | >>
๕. ปิดบังความพอใจ

๖. ปิดบังความชอบใจ

๗. ปิดบังความสำคัญ

๘. ปิดบังความจริง

มุสาวาทมีได้ด้วยอาการ ๘ อย่างเหล่านี้

คำว่า ย่อมก้าวลงสู่ความเป็นคนพูดเท็จ ได้แก่ ย่อมก้าวลง คือ ย่อมหยั่งลง หยั่งลงเฉพาะ เข้าถึงความเป็นคนพูดเท็จ รวมความว่า ย่อมก้าวลงสู่ความเป็นคน พูดเท็จ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกถ้อยคำของคนอื่นตักเตือนแล้ว

ย่อมสร้างศัสตรา เธอย่อมก้าวลงสู่ความเป็นคนพูดเท็จ

นี้แหละเป็นเครื่องทำให้ติดใหญ่ของเธอ

{๒๕๐} [๕๕] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ภิกษุ (ในเบื้องต้น) ได้สมญานามว่า เป็นบัณฑิต

อธิษฐานการเที่ยวไปผู้เดียว

ต่อมา เธอประกอบในเมถุนธรรม

ก็จักมัวหมอง เหมือนกับคนโง่ ฉะนั้น

ว่าด้วยต้นตรงปลายคด


{๒๕๑} คำว่า ภิกษุ(ในเบื้องต้น)ได้สมญานามว่า เป็นบัณฑิต อธิบายว่า ภิกษุ บางรูปในธรรมวินัยนี้ ได้รับการสรรเสริญเกียรติคุณว่า เป็นบัณฑิต คือ เป็นผู้ฉลาด มีปัญญา เป็นพหูสูต มีถ้อยคำไพเราะ มีปฏิภาณดี เป็นผู้ทรงจำพระสูตรบ้าง เป็นผู้ ทรงจำพระวินัยบ้าง เป็นพระธรรมกถึกบ้าง ... เป็นผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติบ้าง ในเบื้องต้น คือ ในคราวที่เป็นสมณะ ซึ่งผู้คนรู้จักกัน รู้จักกันทั่ว ชื่อว่า ได้สมญานามอย่างนี้ รวมความว่า ภิกษุ(ในเบื้องต้น)ได้สมญานามว่า เป็นบัณฑิต

{๒๕๒} คำว่า อธิษฐานการเที่ยวไปผู้เดียว อธิบายว่า ได้อธิษฐานการเที่ยวไปผู้เดียว ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka