Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 205

<< | หน้าที่ 205 | >>
{๒๙๕} คำว่า กล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท อธิบายว่า กล่าว คือ บอกวาทะของตน ได้แก่ กล่าว พูด ชื่นชม พูดถึง แสดง เชิดชู ชี้แจง ยกย่องวาทะที่เอื้อต่อวาทะ ตนในท่ามกลางขัตติยบริษัท พราหมณบริษัท คหบดีบริษัท หรือสมณบริษัท รวม ความว่า กล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท

{๒๙๖} คำว่า เขาย่อมหัวเราะ และฟูใจด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น อธิบายว่า เขาย่อมเป็นผู้ยินดี ร่าเริง เบิกบาน มีใจแช่มชื่น มีความดำริบริบูรณ์ด้วยประโยชน์ แห่งความชนะนั้น อีกนัยหนึ่ง เป็นผู้หัวเราะจนมองเห็นฟัน

คำว่า เขาย่อมหัวเราะ และฟูใจด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น ได้แก่ เขา ย่อมเป็นผู้ลำพองตน คือ ทะนงตน เชิดชูตนเป็นดุจธง เห่อเหิม ต้องการเชิดชูตน เป็นดุจธง ด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น รวมความว่า เขาย่อมหัวเราะ และฟูใจ ด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น

{๒๙๗} คำว่า เพราะได้บรรลุถึงประโยชน์ตามที่ใจคิดไว้แล้ว ได้แก่ เพราะได้บรรลุ คือ ถึง ถึงเฉพาะ ประสบ ได้รับประโยชน์แห่งความชนะนั้น

คำว่า ตามที่ใจคิดไว้แล้ว ได้แก่ ตามที่ใจคิดไว้แล้ว คือ ได้เป็นอย่างที่คิด ได้เป็นอย่างที่ดำริ ได้เป็นอย่างที่รู้แจ้ง รวมความว่า เพราะได้บรรลุถึงประโยชน์ตาม ที่ใจคิดไว้แล้ว ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

ก็หรือว่า บุคคลกล่าววาทะในท่ามกลางบริษัท

ได้รับความสรรเสริญ เพราะทิฏฐิของตนนั้น

เขาย่อมหัวเราะ และฟูใจด้วยประโยชน์แห่งความชนะนั้น

เพราะได้บรรลุถึงประโยชน์ตามที่ใจคิดไว้แล้ว

{๒๙๘} [๖๕] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ความลำพองตน ย่อมเป็นภูมิสำหรับย่ำยีของเขา

เขาจึงกล่าวคำถือตัวและคำดูหมิ่นกัน

บุคคลเห็นโทษนี้แล้ว ไม่ควรวิวาทกัน

เพราะผู้ฉลาดทั้งหลาย ไม่กล่าวความหมดจด

ด้วยการวิวาทกันนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka