Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 232

<< | หน้าที่ 232 | >>
ผู้ใดสำคัญว่า เราเสมอเขา เลิศกว่าเขา หรือด้อยกว่าเขา

ผู้นั้นพึงต้องวิวาทกันด้วยความถือตัวนั้น

บุคคลไม่หวั่นไหวในเพราะความถือตัว ๓ อย่าง

ความสำคัญว่า เราเสมอเขา เลิศกว่าเขา

(หรือด้อยกว่าเขา) จึงไม่มีแก่บุคคลนั้น

{๓๕๔} [๗๘] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

บุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงกล่าวอะไรว่า จริง

หรือบุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงโต้เถียงว่า เท็จ ด้วยเหตุอะไร

ความสำคัญว่าเราเสมอเขา เราเลิศกว่าเขา

(หรือเราด้อยกว่าเขา) ย่อมไม่มีในพระอรหันต์ใด

พระอรหันต์นั้น พึงตอบโต้วาทะ ด้วยเหตุอะไรเล่า

{๓๕๕} คำว่า พราหมณ์ ในคำว่า บุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงกล่าวอะไรว่า จริง อธิบายว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ ประการได้แล้ว ... บุคคล นั้นไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย เป็นผู้มั่นคง บัณฑิตเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์ ๑

คำว่า บุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงกล่าวอะไรว่า จริง อธิบายว่า บุคคล ผู้เป็นพราหมณ์ พึงกล่าว คือ พูด บอก แสดง ชี้แจงอะไรว่า “โลกเที่ยง นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเป็นโมฆะ” พึงกล่าว คือ พูด บอก แสดง ชี้แจงอะไรว่า “โลกไม่เที่ยง ... หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่ นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเป็นโมฆะ” รวมความว่า บุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงกล่าวอะไรว่า จริง

{๓๕๖} คำว่า หรือบุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึงโต้เถียงว่า เท็จ ด้วยเหตุอะไร อธิบายว่า บุคคลผู้เป็นพราหมณ์พึงก่อการทะเลาะ ก่อการบาดหมาง ก่อการ แก่งแย่ง ก่อการวิวาท ก่อการมุ่งร้าย ด้วยมานะอะไร ด้วยทิฏฐิอะไร หรือกับ บุคคลใดว่า “คำของเราจริง คำของท่านเท็จ ... ท่านไม่รู้ธรรมวินัยนี้ ... หรือหาก ท่านสามารถ ก็จงแก้ไขเถิด” รวมความว่า หรือบุคคลผู้เป็นพราหมณ์นั้นพึง โต้เถียงว่า เท็จ ด้วยเหตุอะไร

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๒๕/๑๐๔-๑๐๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka