Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 3 หน้าที่ 208

<< | หน้าที่ 208 | >>
คำว่า ให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาล ความว่า เมื่อยังไม่ได้กรานกฐิน ให้ ล่วงเลย วันสุดท้ายฤดูฝน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เมื่อได้กรานกฐินแล้ว ให้ล่วงเลย วันที่กฐินเดาะ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บทภาชนีย์


{๒๕๑} [๙๒๓] (ความหวังใน)จีวรที่เลื่อนลอย ภิกษุณีสำคัญว่า(เป็นความหวังใน) จีวรที่เลื่อนลอย ให้ล่วงเลยสมัยจีวรกาลไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์

(ความหวังใน)จีวรที่เลื่อนลอย ภิกษุณีไม่แน่ใจ ให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาล ต้องอาบัติทุกกฏ

(ความหวังใน)จีวรที่เลื่อนลอย ภิกษุณีสำคัญว่าเป็น(ความหวังใน)จีวรไม่เลื่อน ลอย ให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาล ไม่ต้องอาบัติ

(ความหวังใน)จีวรที่ไม่เลื่อนลอย ภิกษุณีสำคัญว่าเป็น(ความหวังใน)จีวรที่ เลื่อนลอย ต้องอาบัติทุกกฏ

(ความหวังใน)จีวรที่ไม่เลื่อนลอย ภิกษุณีไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ

(ความหวังใน)จีวรที่ไม่เลื่อนลอย ภิกษุณีสำคัญว่าเป็น(ความหวังใน)จีวรที่ไม่ เลื่อนลอย ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร


ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

{๒๕๒} [๙๒๔] ๑. ภิกษุณีแสดงอานิสงส์แล้วห้าม

๒. ภิกษุณีวิกลจริต

๓. ภิกษุณีต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๙ จบ


๑ หมายถึงยกเลิกอานิสงส์กฐินที่ภิกษุและภิกษุณีพึงได้รับ ดู เหตุให้กฐินเดาะ พระวินัยปิฎกแปล เล่ม ๒ ข้อ ๔๖๓ หน้า ๔

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka