Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 334

<< | หน้าที่ 334 | >>
สมณพราหมณ์บางพวกอ้างตนว่า เป็นบัณฑิตในโลกนี้

พากันกล่าวความหมดจดของยักษ์ด้วยอรูปสมาบัติ

เท่านั้นหรือหนอว่า เป็นธรรมอันเลิศ

หรือว่า สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวถึงความหมดจด

อย่างอื่นว่า เยี่ยมกว่าอรูปสมาบัตินี้

{๕๑๑} [๑๑๑] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

สมณพราหมณ์บางพวกอ้างตนว่า เป็นบัณฑิตในโลกนี้

พากันกล่าวความหมดจดของยักษ์ด้วยอรูปสมาบัติ

เท่านั้นว่า เป็นธรรมอันเลิศ บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น

สมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่งก็อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาด

พากันกล่าวความสงบในความไม่มีอะไรเหลือ

{๕๑๒} คำว่า สมณพราหมณ์บางพวกอ้างตนว่า เป็นบัณฑิตในโลกนี้ พากันกล่าว ความหมดจดของยักษ์ด้วยอรูปสมาบัติเท่านั้นว่า เป็นธรรมอันเลิศ อธิบายว่า มีสมณพราหมณ์บางพวก ผู้มีวาทะว่าเที่ยง พากันกล่าว คือ พูด บอก แสดง ชี้แจงอรูปสมาบัติเหล่านี้ว่า เป็นธรรมอันเลิศ คือ ประเสริฐ วิเศษ นำหน้า สูงสุด ประเสริฐสุด

คำว่า ยักษ์ ได้แก่ สัตว์ นรชน มานพ บุรุษ บุคคล ผู้มีชีวิต ผู้เกิด สัตว์เกิด ผู้เป็นไปตามกรรม มนุษย์

คำว่า ความหมดจด ได้แก่ ความหมดจด คือ ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความหลุดไป ความพ้นไป ความหลุดพ้นไป

คำว่า อ้างตนว่าเป็นบัณฑิตในโลกนี้ ได้แก่ กล่าวอ้างตนว่าเป็นบัณฑิต ในโลกนี้ คือ อ้างว่าเป็นนักปราชญ์ อ้างว่ามีญาณ อ้างว่ามีเหตุผล อ้างว่ามี คุณลักษณะ อ้างว่าเหมาะแก่เหตุ อ้างว่าสมฐานะ ตามลัทธิของตน รวมความว่า สมณพราหมณ์บางพวกอ้างตนว่าเป็นบัณฑิตในโลกนี้ พากันกล่าวความหมดจดของ ยักษ์ด้วยอรูปสมาบัติเท่านั้นว่า เป็นธรรมอันเลิศ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka