Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 372

<< | หน้าที่ 372 | >>
{๖๒๕} [๑๓๕] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

อริยสาวกละศีลวัตรได้ทั้งหมด

ละกรรมที่มีโทษและกรรมที่ไม่มีโทษนั้นเสียได้

ไม่ปรารถนาความหมดจดและความไม่หมดจด

งดเว้นแล้ว ไม่ยึดมั่นทิฏฐิที่มีอยู่เที่ยวไป

{๖๒๖} คำว่า ละศีลวัตรได้ทั้งหมด อธิบายว่า ละ คือ ละทิ้ง บรรเทา ทำให้หมด สิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่งความหมดจดเพราะศีลได้ทั้งหมด... ความหมดจดเพราะ วัตรได้ทั้งหมด... ละ คือ ละทิ้ง บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่ง ความหมดจดเพราะศีลวัตรได้ทั้งหมด รวมความว่า ละศีลวัตรได้ทั้งหมด

ว่าด้วยกรรมมีโทษและกรรมไม่มีโทษ


{๖๒๗} คำว่า ละกรรมที่มีโทษและกรรมที่ไม่มีโทษนั้นเสียได้ อธิบายว่า กรรมดำ มีวิบากดำ ตรัสเรียกว่า กรรมที่มีโทษ กรรมขาว มีวิบากขาว ตรัสเรียกว่า กรรม ที่ไม่มีโทษ พระอริยสาวก ละ คือ ละทิ้ง บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มี อีกซึ่งกรรมที่มีโทษและกรรมที่ไม่มีโทษได้แล้ว รวมความว่า ละกรรมที่มีโทษและ กรรมที่ไม่มีโทษนั้นเสียได้

{๖๒๘} คำว่า ความไม่หมดจด ในคำว่า ไม่ปรารถนาความหมดจดและความไม่ หมดจด ได้แก่ พวกปุถุชนปรารถนาความไม่หมดจด คือ ปรารถนาอกุศลธรรม

คำว่า ความหมดจด อธิบายว่า พวกปุถุชนปรารถนาความหมดจด คือ ปรารถนากามคุณ ๕ ปรารถนาความไม่หมดจด คือ ปรารถนาอกุศลธรรมและกามคุณ ๕ ปรารถนาความหมดจด คือ ปรารถนาทิฏฐิ ๖๒ ปรารถนาความไม่หมดจด

๑ กรรมดำ มีวิบากดำ หมายถึงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ย่อมมีผลให้บุคคลผู้ทำเกิดในอบาย
๒ กรรมขาว มีวิบากขาว หมายถึงกุศลกรรมบถ ๑๐ ย่อมมีผลให้บุคคลผู้ทำเกิดในสวรรค์ (ที.ปา.อ. ๓/๓๑๒/ ๒๒๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka