Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 382

<< | หน้าที่ 382 | >>
{๖๕๘} คำว่า การว่าร้ายทุกอย่างก็พึงมีอยู่แท้จริง อธิบายว่า การว่าร้ายทุกอย่างก็ พึงมีอยู่แท้จริง คือ แท้ เป็นจริง แน่นอน ไม่วิปริต รวมความว่า การว่าร้ายทุกอย่าง ก็พึงมีอยู่แท้จริง

{๖๕๙} คำว่า เพราะความหมดจดของสมณพราหมณ์เหล่านั้น เป็นเรื่องเฉพาะตน เท่านั้น อธิบายว่า ความหมดจด คือ ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ความหลุดไป ความพ้นไป ความหลุดพ้นไป ของสมณพราหมณ์เหล่านั้น เป็นเรื่องเฉพาะตนเท่านั้น รวมความว่า เพราะความหมดจดของสมณพราหมณ์เหล่านั้น เป็นเรื่องเฉพาะตน เท่านั้น ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

การบูชาหลักการของตน เป็นเรื่องแท้จริง

เหมือนพวกสมณพราหมณ์พากันสรรเสริญแนวทางของตน ฉะนั้น

การว่าร้ายทุกอย่างก็พึงมีอยู่แท้จริง

เพราะความหมดจดของสมณพราหมณ์เหล่านั้น

เป็นเรื่องเฉพาะตนเท่านั้น

{๖๖๐} [๑๔๒] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ญาณที่ผู้อื่นพึงแนะนำไม่มีแก่พราหมณ์

ความตกลงใจแล้วยึดมั่นในธรรมทั้งหลายก็ไม่มี

เพราะฉะนั้น พราหมณ์จึงล่วงเลยการวิวาททั้งหลายได้แล้ว

แท้จริง พราหมณ์ย่อมไม่เห็นธรรมอื่นโดยความเป็นของประเสริฐ

{๖๖๑} คำว่า ไม่ ในคำว่า ญาณที่ผู้อื่นพึงแนะนำไม่มีแก่พราหมณ์ เป็นคำปฏิเสธ

คำว่า พราหมณ์ อธิบายว่า ชื่อว่าพราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ ประการ ได้แล้ว ... ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย เป็นผู้มั่นคง บัณฑิตเรียกผู้นั้นว่า เป็น พราหมณ์

คำว่า ญาณที่ผู้อื่นพึงแนะนำไม่มีแก่พราหมณ์ อธิบายว่า ความเป็นผู้มี ญาณอันบุคคลอื่นพึงแนะนำ ไม่มีแก่พราหมณ์ คือ พราหมณ์ ไม่เป็นผู้ที่ผู้อื่นพึง

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๒๕/๑๐๔-๑๐๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka