Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 397

<< | หน้าที่ 397 | >>
{๖๙๕} [๑๔๙] (พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า)

มุนีนั้น เป็นผู้กำจัดเสนาในธรรมทั้งปวง

คือรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่รับรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง

มุนีนั้นเป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว พ้นขาดแล้ว

ไม่มีความกำหนด ไม่เข้าไปยินดี ไม่มีความปรารถนา

{๖๙๖} คำว่า มุนีนั้น เป็นผู้กำจัดเสนาในธรรมทั้งปวง คือ รูปที่เห็น เสียงที่ ได้ยิน หรืออารมณ์ที่รับรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง อธิบายว่า เสนามาร ตรัสเรียกว่า เสนา กายทุจริต ชื่อว่าเสนามาร วจีทุจริต ชื่อว่าเสนามาร มโนทุจริต ชื่อว่า เสนามาร ราคะ... โทสะ... โมหะ... โกธะ... อุปนาหะ... มักขะ... ปฬาสะ... อิสสา... มัจฉริยะ... มายา... สาเถยยะ... ถัมภะ... สารัมภะ... มานะ... อติมานะ... มทะ... ปมาทะ... กิเลสทุกชนิด... ทุจริตทุกทาง... ความกระวนกระวายทุกอย่าง... ความ เร่าร้อนทุกสถาน... ความเดือดร้อนทุกประการ... อกุสลาภิสังขารทุกประเภท ชื่อว่า เสนามาร สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า

กิเลสกามเราเรียกว่าเสนากองที่ ๑ ของท่าน

ความไม่ยินดีเราเรียกว่าเสนากองที่ ๒ ของท่าน

ความหิวกระหายเราเรียกว่าเสนากองที่ ๓ ของท่าน

ตัณหาเราเรียกว่าเสนากองที่ ๔ ของท่าน

ถีนมิทธะเราเรียกว่าเสนากองที่ ๕ ของท่าน

ความกลัวเราเรียกว่าเสนากองที่ ๖ ของท่าน

วิจิกิจฉาเราเรียกว่าเสนากองที่ ๗ ของท่าน

มักขะและถัมภะเราเรียกว่าเสนากองที่ ๘ ของท่าน

ลาภ ความสรรเสริญ สักการะและยศที่ได้มาผิด ๆ

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๙ ของท่าน

การยกตนและข่มผู้อื่นเราเรียกว่าเสนากองที่ ๑๐ ของท่าน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka