Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 401

<< | หน้าที่ 401 | >>
พระเสขะ ๗ จำพวก ชื่อว่าเสขมุนี

พระอรหันต์ทั้งหลาย ชื่อว่าอเสขมุนี

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ชื่อว่าปัจเจกมุนี

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ชื่อว่ามุนิมุนี

(สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า)

บุคคลโง่เขลาไม่รู้อะไร เพียงแต่นั่งนิ่ง ๆ หาชื่อว่าเป็นมุนีไม่

ส่วนบุคคลผู้ฉลาด เลือกชั่งเอาแต่สิ่งที่ดี ละทิ้งสิ่งที่ชั่ว

เหมือนบุคคลชั่งสิ่งของ จึงจะชื่อว่า เป็นมุนีแท้

ผู้ที่รู้โลกทั้ง ๒ ก็เรียกว่า เป็นมุนี (เช่นกัน)

ผู้รู้ธรรมทั้งของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ

ทั้งภายในและภายนอก ในโลกทั้งปวง

เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ก้าวล่วงกิเลสเครื่องข้อง

และตัณหาดุจตาข่ายได้แล้ว ชื่อว่ามุนี

คำว่า พ้นขาดแล้ว อธิบายว่า จิตของมุนีหลุด พ้น หลุดพ้นดีแล้วจากราคะ... จิตของมุนีหลุด พ้น หลุดพ้นดีแล้วจากโทสะ... จากโมหะ... จากอกุสลาภิสังขาร ทุกประเภท รวมความว่า มุนีนั้นเป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว พ้นขาดแล้ว

{๖๙๘} คำว่า ความกำหนด ในคำว่า ไม่มีความกำหนด ไม่เข้าไปยินดี ไม่มีความ ปรารถนา ได้แก่ ความกำหนด ๒ อย่าง คือ (๑) ความกำหนดด้วยอำนาจตัณหา (๒) ความกำหนดด้วยอำนาจทิฏฐิ... นี้ชื่อว่าความกำหนดด้วยอำนาจตัณหา... นี้ชื่อ ว่าความกำหนดด้วยอำนาจทิฏฐิ

๑ ขุ.ธ. ๒๕/๒๖๘-๒๖๙/๖๓
๒ ขุ.สุ. ๒๕/๕๓๓/๔๓๘
๓ เทียบกับความในข้อ ๑๒/๕๘-๕๙, ขุ.จู. ๓๐/๒๑/๗๘

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka