Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 492

<< | หน้าที่ 492 | >>
{๘๐๗} คำว่า ที่เห็นได้ยาก ในคำว่า ที่เห็นได้ยากอันอาศัยหทัย ได้แก่ เห็นได้ยาก คือ มองเห็นได้ยาก แลเห็นได้ยาก รู้ได้ยาก ตามรู้ได้ยาก แทงตลอดได้ยาก รวมความว่า ที่เห็นได้ยาก

คำว่า อันอาศัยหทัย อธิบายว่า จิตตรัสเรียกว่า หทัย ได้แก่ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มนะ มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุ ที่เกิดจากวิญญาณขันธ์นั้น

คำว่า อันอาศัยหทัย อธิบายว่า อันอาศัยหทัย คือ อันอาศัยจิต อาศัยอยู่ ในจิต ไปร่วมกัน เกิดร่วมกัน เกี่ยวข้องกัน ประกอบร่วมกัน เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีวัตถุเดียวกัน มีอารมณ์เดียวกับจิต รวมความว่า ที่เห็นได้ยากอัน อาศัยหทัย ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

เพราะเห็นสัตว์มีที่สิ้นสุดและถูกสกัดกั้น

ความไม่ยินดีจึงมีแก่เรา

อนึ่ง เราได้เห็นลูกศร ที่เห็นได้ยาก

อันอาศัยหทัยในสัตว์เหล่านี้แล้ว

{๘๐๘} [๑๗๔] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

สัตว์ถูกลูกศรใดปักติดแล้ว วิ่งพล่านไปทุกทิศทาง

เพราะถอนลูกศรนั้นได้แล้ว จึงไม่ต้องวิ่งพล่าน ไม่ต้องล่มจม

ว่าด้วยลูกศร ๗ ชนิด


{๘๐๙} คำว่า สัตว์ถูกลูกศรใดปักติดแล้ว วิ่งพล่านไปทุกทิศทาง อธิบายว่า

คำว่า ลูกศร ได้แก่ ลูกศร ๗ ชนิด คือ

๑. ลูกศรคือราคะ ๒. ลูกศรคือโทสะ

๓. ลูกศรคือโมหะ ๔. ลูกศรคือมานะ

๕. ลูกศรคือทิฏฐิ ๖. ลูกศรคือโสกะ

๗. ลูกศรคือความสงสัย

๑ ดูเชิงอรรถข้อ ๑/๓

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka