Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 504

<< | หน้าที่ 504 | >>
มุนี...ไม่โกรธ ข้ามพ้นความโลภอันชั่วและความหวงแหนได้แล้ว ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

มุนีพึงเป็นผู้มีสัจจะ ไม่คะนอง ไม่มีความหลอกลวง

ปราศจากวาจาส่อเสียด ไม่โกรธ ข้ามพ้นความโลภอันชั่ว

และความหวงแหนได้แล้ว

{๘๒๑} [๑๗๗] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

นรชนพึงควบคุมความหลับ ความเกียจคร้าน

ความย่อท้อ ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท

ไม่พึงตั้งอยู่ในความดูหมิ่น พึงน้อมใจไปในนิพพาน

ว่าด้วยความเกียจคร้าน


คำว่า พึงควบคุมความหลับ ความเกียจคร้าน ความย่อท้อ อธิบายว่า

{๘๒๒} คำว่า ความหลับ ได้แก่ ความที่กายไม่คล่องแคล่ว ความที่กายไม่ควรแก่การ งาน อาการหยุด อาการพัก อาการพักผ่อนภายใน ความง่วง ภาวะที่หลับ อาการ สัปหงก ความหลับ กิริยาที่หลับ ภาวะที่หลับ

คำว่า ความเกียจคร้าน ได้แก่ ความเกียจคร้าน กิริยาที่เกียจคร้าน ภาวะที่ เกียจคร้าน ความเป็นผู้มีใจเกียจคร้าน ความขี้เกียจ กิริยาที่ขี้เกียจ ภาวะที่ขี้เกียจ

คำว่า ความย่อท้อ ได้แก่ ความที่จิตไม่คล่องแคล่ว ความที่จิตไม่ควรแก่การงาน ความหดหู่ กิริยาที่หดหู่ ความท้อถอย กิริยาที่ท้อถอย ภาวะที่ท้อถอย ความย่อท้อ กิริยาที่ย่อท้อ ความเป็นผู้มีจิตย่อท้อ

คำว่า พึงควบคุมความหลับ ความเกียจคร้าน ความย่อท้อ อธิบายว่า พึงควบคุม คือ ครอบครอง ยึดครอง ครอบงำ ท่วมทับ รัดรึง ย่ำยีความหลับ ความเกียจคร้านและความย่อท้อ รวมความว่า พึงควบคุมความหลับ ความ เกียจคร้าน ความย่อท้อ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka