Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 512

<< | หน้าที่ 512 | >>
{๘๓๐} คำว่า และพึงประพฤติละเว้นจากความผลุนผลัน อธิบายว่า พึงเป็นผู้งด งดเว้น เว้นขาด ออก สลัดออก หลุดพ้น ไม่เกี่ยวข้องกับความประพฤติผลุนผลัน มีใจเป็นอิสระ(จากกิเลส)อยู่ คือ ประพฤติ เที่ยวไป เคลื่อนไหว เป็นไป เลี้ยงชีวิต ดำเนินไป ยังชีวิตให้ดำเนินไป รวมความว่า และพึงประพฤติละเว้นจากความ ผลุนผลัน ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า

นรชนไม่พึงมุ่งมั่นในความเป็นคนพูดเท็จ

ไม่พึงทำความเสน่หาในรูป พึงกำหนดรู้ความถือตัว

และพึงประพฤติละเว้นจากความผลุนผลัน

{๘๓๑} [๑๗๙] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

นรชนไม่พึงยินดีสังขารเก่า

ไม่พึงทำความพอใจสังขารใหม่

เมื่อสังขารเสื่อมไปก็ไม่พึงเศร้าโศก

ไม่พึงติดอยู่กับกิเลสเครื่องเกี่ยวข้อง

{๘๓๒} คำว่า ไม่พึงยินดีสังขารเก่า อธิบายว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เป็นอดีต ตรัสเรียกว่า สังขารเก่า

นรชนไม่พึงยินดี คือไม่พึงบ่นถึง ไม่พึงติดใจสังขารที่เป็นอดีต ด้วยอำนาจ ตัณหา ด้วยอำนาจทิฏฐิ คือ พึงละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีก ซึ่งความยินดี ความบ่นถึง ความติดใจ ความถือ ความยึดมั่น ความถือมั่น รวมความว่า ไม่พึงยินดีสังขารเก่า

{๘๓๓} คำว่า ไม่พึงทำความพอใจสังขารใหม่ อธิบายว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เป็นปัจจุบัน ตรัสเรียกว่า สังขารใหม่

นรชนไม่พึงทำความพอใจ คือ ไม่พึงทำความชอบใจ ไม่พึงทำความรัก ไม่พึงทำ ได้แก่ ไม่พึงให้เกิด ไม่พึงให้เกิดขึ้น ไม่พึงให้บังเกิด ไม่พึงให้บังเกิดขึ้นซึ่งความกำหนัด ในสังขารที่เป็นปัจจุบันด้วยอำนาจตัณหา ด้วยอำนาจทิฏฐิ รวมความว่า ไม่พึงทำ ความพอใจสังขารใหม่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka