Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 29 หน้าที่ 612

<< | หน้าที่ 612 | >>
ขอบเขตแห่งศีล เป็นอย่างไร

คือ บุคคลผู้กำหนัด ไม่ควรกล่าววาจา ผู้ขัดเคือง ไม่ควรกล่าววาจา ผู้หลง ไม่ ควรกล่าววาจา ไม่ควรกล่าว คือ ไม่ควรพูด ไม่ควรบอก ไม่ควรแสดง ไม่ควรชี้แจง การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ นี้ชื่อว่าขอบเขตแห่งศีล รวมความว่า พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต

{๙๗๘} คำว่า คน ในคำว่า ไม่พึงคิดหาเรื่องที่จะว่ากล่าวคน ได้แก่ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา และมนุษย์

ภิกษุไม่พึงคิด คือ ไม่พึงให้เกิดเจตนา ไม่พึงให้เกิดความคิด ไม่พึงให้เกิดความดำริ ไม่พึงให้เกิดมนสิการ เพื่อว่ากล่าว คือ เพื่อว่าร้าย เพื่อนินทา เพื่อติเตียน เพื่อความไม่สรรเสริญ เพื่อความไม่ยกย่องคน ด้วยสีลวิบัติ อาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ หรืออาชีววิบัติ รวมความว่า ไม่พึงคิดหาเรื่องที่จะว่ากล่าวคน ด้วยเหตุนั้น พระผู้มี พระภาคจึงตรัสว่า

ภิกษุผู้ถูกตักเตือนด้วยวาจา พึงมีสติชื่นชม

ทำลายความกระด้างในเพื่อนพรหมจารี

พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต

ไม่พึงคิดหาเรื่องที่จะว่ากล่าวคน

{๙๗๙} [๒๐๙] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ลำดับต่อไป ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติ

ศึกษาเพื่อกำจัดราคะเหล่าใด

ราคะเหล่านั้น คือธุลี ๕ อย่างในโลก

พึงปราบปรามราคะในรูป เสียง กลิ่น รสและผัสสะ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka