Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 147

<< | หน้าที่ 147 | >>
[๒๘] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า)

บุคคลที่เธอรู้จักว่าเป็นพราหมณ์ผู้จบเวท

ไม่มีเครื่องกังวล ไม่ข้องในกามภพ

ข้ามโอฆะได้แล้วโดยแท้ และเป็นผู้ข้ามถึงฝั่ง

ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงจิต หมดความสงสัยแล้ว (๑๑)

ว่าด้วยบุคคลได้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์


คำว่า บุคคลที่เธอรู้จักว่าเป็นพราหมณ์ผู้จบเวท อธิบายว่า

คำว่า พราหมณ์ อธิบายว่า ชื่อว่าพราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ ประการ ได้แล้ว คือ

๑. ลอยสักกายทิฏฐิได้แล้ว

๒. ลอยวิจิกิจฉาได้แล้ว

๓. ลอยสีลัพพตปรามาสได้แล้ว

๔. ลอยราคะได้แล้ว

๕. ลอยโทสะได้แล้ว

๖. ลอยโมหะได้แล้ว

๗. ลอยมานะได้แล้ว

คือ พราหมณ์ลอยบาปอกุศลธรรมซึ่งเป็นเหตุแห่งความเศร้าหมอง ก่อภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก เป็นที่ตั้งแห่งชาติ ชรา มรณะ ต่อไปได้แล้ว

(สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า สภิยะ)

บุคคลผู้ลอยบาปทั้งปวงได้แล้ว เป็นผู้ปราศจากมลทิน

เป็นผู้ประเสริฐ มีจิตตั้งมั่นด้วยสมาธิ ดำรงตนมั่นคง

ข้ามพ้นสังสารวัฏ เป็นผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์

ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย เป็นผู้มั่นคง

บัณฑิตเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์

๑ ขุ.สุ. ๒๕/๕๒๕-๔๓๖, ขุ.ม.(แปล) ๒๙/๒๕/๑๐๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka