Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 172

<< | หน้าที่ 172 | >>
คำว่า พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้ อธิบายว่า ตัณหาตรัส เรียกว่าวิสัตติกา คือ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ อภิชฌา อกุศลมูล คือโลภะ

คำว่า วิสัตติกา อธิบายว่า ตัณหาชื่อว่าวิสัตติกา เพราะมีความหมายอย่างไร ฯลฯ ซ่านไป ขยายไป ฉะนั้น จึงชื่อว่าวิสัตติกา

คำว่า ในโลก ได้แก่ ในอบายโลก ฯลฯ อายตนโลก

คำว่า พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้ อธิบายว่า บุคคลผู้มีสติ พึง ข้าม คือ พึงข้ามไป ข้ามพ้น ก้าวล่วง ล่วงเลยตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้ รวมความว่า พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระ ภาคจึงตรัสว่า

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โธตกะ)

บุคคลรู้ชัดความสงบใดแล้ว มีสติ

เที่ยวไปอยู่ พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้

เราจักกล่าวความสงบนั้น ที่รู้ประจักษ์ด้วยตนเอง

ในธรรมที่เราเห็นแล้ว แก่เธอ

[๓๖] (ท่านโธตกะทูลถามว่า)

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ข้าพระองค์ชอบใจความสงบอันสูงสุดนั้น

ที่บุคคลรู้ชัดแล้ว มีสติเที่ยวไปอยู่

พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้ (๗)

คำว่า นั้น ในคำว่า ข้าพระองค์ชอบใจ...นั้น อธิบายว่า ข้าพระองค์พอใจ ชอบใจ คือ เบิกบานใจ อนุโมทนา ต้องการ ยินดี ปรารถนา มุ่งหมาย มุ่ง หวังพระดำรัส คำที่เป็นแนวทาง เทศนา คำสั่งสอน คำพร่ำสอน รวมความว่า ข้าพระองค์ชอบใจ...นั้น

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๒/๕๐-๕๑
๒ ดูรายละเอียดข้อ ๒๒/๑๓๒
๓ ดูรายละเอียดข้อ ๔/๕๔

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka