Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 227

<< | หน้าที่ 227 | >>
คำว่า วิโมกข์ของบุคคลนั้นเป็นเช่นไร อธิบายว่า พราหมณ์ทูลถามวิโมกข์ว่า วิโมกข์ของเขาเป็นเช่นไร คือ มีสัณฐานอย่างไร มีประการอย่างไร เปรียบได้กับอะไร ที่บุคคลพึงปรารถนา รวมความว่า วิโมกข์ของบุคคลนั้นเป็นเช่นไร ด้วยเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกราบทูลว่า

(ท่านโตเทยยะทูลถาม ดังนี้)

กามทั้งหลายไม่อยู่ในบุคคลใด

ตัณหาไม่มีแก่บุคคลใด

และบุคคลใดข้ามความสงสัยได้แล้ว

วิโมกข์ของบุคคลนั้นเป็นเช่นไร

[๕๘] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โตเทยยะ)

กามทั้งหลายไม่อยู่ในบุคคลใด

ตัณหาไม่มีแก่บุคคลใด

และบุคคลใดข้ามความสงสัยได้แล้ว

วิโมกข์อื่นของบุคคลนั้นย่อมไม่มี (๒)

คำว่า ใด ในคำว่า กามทั้งหลายไม่อยู่ในบุคคลใด ได้แก่ ในบุคคลใด คือ พระอรหันตขีณาสพ

คำว่า กาม ได้แก่ กาม ๒ อย่าง แบ่งตามหมวด คือ (๑) วัตถุกาม (๒) กิเลสกาม ฯลฯ เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม

คำว่า ไม่อยู่ อธิบายว่า กามทั้งหลายย่อมไม่อยู่ คือ ไม่อยู่ร่วม ไม่อยู่อาศัย ไม่อยู่ครองในบุคคลใด รวมความว่า กามทั้งหลายไม่อยู่ในบุคคลใด

คำว่า โตเทยยะ ในคำว่า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โตเทยยะ เป็นคำ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อ

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๘/๖๖-๖๗

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka