Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 260

<< | หน้าที่ 260 | >>
พระผู้มีพระภาคทรงประกอบ ประกอบพร้อม ดำเนินไป ดำเนินไปพร้อม เป็นไป เป็นไปพร้อม เพียบพร้อมแล้วด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสนี้ ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่ามีพระปัญญาดี รวมความว่า ข้าพระองค์ขอทูลอาราธนา ... ละการกำหนด มีพระปัญญญาดี

คำว่า ผู้นาคะ ในคำว่า ชนทั้งหลายครั้นได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้ นาคะแล้ว จึงจักกลับไปจากที่นี้ อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคชื่อว่าผู้นาคะ เพราะไม่ทรงทำความชั่ว พระผู้มีพระภาคชื่อว่าผู้นาคะ เพราะไม่ทรงถึง พระผู้มีพระภาคชื่อว่าผู้นาคะ เพราะไม่ทรงกลับมาหา ฯลฯ พระผู้มีพระภาคชื่อว่าผู้นาคะ เพราะไม่ทรงกลับมาหา เป็นอย่างนี้

คำว่า ชนทั้งหลายครั้นได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้นาคะแล้วจึงจักกลับ ไปจากที่นี้ อธิบายว่า ชนทั้งหลายครั้นได้ฟัง คือ ครั้นได้สดับ เรียน ทรงจำ เข้าไปกำหนดแล้วซึ่งพระดำรัส คือ คำที่เป็นแนวทาง เทศนา คำสั่งสอน คำพร่ำสอนของพระองค์ จึงจักกลับ คือ ดำเนินไป จากไป ไปสู่ทิศน้อยทิศใหญ่จากที่นี้ รวมความว่า ชนทั้งหลายครั้นได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้นาคะแล้วจึงจักกลับไป จากที่นี้ ด้วยเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกราบทูลว่า

(ท่านภัทราวุธทูลถาม ดังนี้)

ข้าพระองค์ขอทูลอาราธนาพระองค์

ผู้ทรงละห้วงน้ำคืออาลัยได้ ตัดตัณหาได้

ไม่มีตัณหาเหตุให้หวั่นไหว

ทรงละความเพลิดเพลินได้ข้ามห้วงกิเลสได้

หลุดพ้นแล้ว ละการกำหนด มีพระปัญญาดี

ชนทั้งหลายครั้นได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้นาคะแล้ว

จึงจักกลับไปจากที่นี้

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๒๗/๑๔๕-๑๔๖
๒ จากที่นี้ ในที่นี้หมายถึง จากปาสาณกเจดีย์ (ขุ.จู.อ. ๗๐/๔๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka