Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 344

<< | หน้าที่ 344 | >>
กิเลส ขันธ์ และอภิสังขารเรียกว่า ที่มิใช่ฝั่ง

คำว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้ อธิบายว่า พึงถึงฝั่ง คือ บรรลุฝั่ง ถูก ต้องฝั่ง ทำให้แจ้งฝั่ง จากที่มิใช่ฝั่งได้ รวมความว่า พึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้ ด้วยเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวว่า

การพยากรณ์ปัญหาแต่ละปัญหา

ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วโดยประการใด

ผู้ใดปฏิบัติตามโดยประการนั้น

ผู้นั้นพึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้

[๑๐๑] (พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวว่า)

บุคคลเมื่อเจริญมรรคอันสูงสุด

จะพึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้

(เพราะ) มรรคนั้น (เป็นไป)เพื่อให้ถึงฝั่ง

เพราะฉะนั้น มรรคนั้น จึงชื่อว่าปารายนะ (๗)

คำว่า จะพึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้ อธิบายว่า กิเลส ขันธ์ และอภิสังขาร เรียกว่าที่มิใช่ฝั่ง อมตนิพพาน คือ ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สลัดทิ้งอุปธิทั้งหมด เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่คลายกำหนัด เป็นที่ดับกิเลส เป็นที่เย็นสนิท เรียกว่าฝั่ง

คำว่า จะพึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้ อธิบายว่า พึงถึงฝั่ง คือ บรรลุฝั่ง ถูกต้องฝั่ง ทำให้แจ้งฝั่ง จากที่มิใช่ฝั่งได้ รวมความว่า จะพึงจากที่มิใช่ฝั่งถึงฝั่งได้

คำว่า มรรค ในคำว่า เมื่อเจริญมรรคอันสูงสุด ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เรียกว่ามรรค

คำว่า อันสูงสุด ได้แก่ เลิศ คือ ประเสริฐ วิเศษสุด ชั้นแนวหน้า สูงสุด ยอดเยี่ยม รวมความว่า มรรคอันสูงสุด

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๙๙/๓๔๒

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka