Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 351

<< | หน้าที่ 351 | >>
คำว่า โมหะ อธิบายว่า ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ อวิชชาเป็นดุจลิ่มสลัก อกุศลมูลคือโมหะ นี้ท่านเรียกว่า โมหะ

มลทินและโมหะ พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงละได้เด็ดขาดแล้ว ตัดราก ถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้ว เหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ ฉะนั้น พระพุทธเจ้า จึงชื่อว่าผู้ทรงละมลทินและโมหะได้แล้ว รวมความว่า ผู้ทรงละมลทินและโมหะได้แล้ว

คำว่า ทรงละความถือตัวและความลบหลู่ได้ อธิบายว่า

ว่าด้วยความถือตัวมีนัยต่าง ๆ


คำว่า ความถือตัว อธิบายว่า ความถือตัวนัยเดียว คือ ความที่จิตใฝ่สูง

ความถือตัว ๒ นัย คือ

๑. การยกตน ๒. การข่มผู้อื่น

ความถือตัว ๓ นัย คือ

๑. ความถือตัวว่า เราเลิศกว่าเขา ๒. ความถือตัวว่า เราเสมอเขา

๓. ความถือตัวว่า เราด้อยกว่าเขา

ความถือตัว ๔ นัย คือ

๑. เกิดความถือตัวเพราะลาภ

๒. เกิดความถือตัวเพราะยศ

๓. เกิดความถือตัวเพราะความสรรเสริญ

๔. เกิดความถือตัวเพราะความสุข

ความถือตัว ๕ นัย คือ

๑. เกิดความถือตัวว่าเราได้รูปที่ถูกใจ

๒. ความถือตัวว่าเราได้เสียงที่ถูกใจ

๓. ความถือตัวว่าเราได้กลิ่นที่ถูกใจ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka