Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 409

<< | หน้าที่ 409 | >>
{๖๗๒} [๑๒๓] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า)

บุคคลเมื่ออนุเคราะห์มิตร สหายผู้ใจดี

มีใจผูกพัน ย่อมทำประโยชน์ให้เสื่อมไปได้

บุคคลเมื่อเพ่งเห็นภัยนั้นในความเชยชิด

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด (๓)

คำว่า บุคคลเมื่ออนุเคราะห์มิตร สหายผู้ใจดี มีใจผูกพัน ย่อมทำ ประโยชน์ให้เสื่อมไปได้ อธิบายว่า

{๖๗๓} คำว่า มิตร ได้แก่ มิตร ๒ จำพวก คือ

๑. อาคาริกมิตร ๒. อนาคาริกมิตร

อาคาริกมิตร เป็นอย่างไร

คือ คนบางคนในโลกนี้ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก สละสิ่งที่สละได้ยาก ทำสิ่งที่ทำได้ยาก ทนสิ่งที่ทนได้ยาก บอกความลับแก่เพื่อน ปกปิดความลับของเพื่อน ไม่ทอดทิ้งในคราวมีอันตราย แม้ชีวิตก็สละเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้ เมื่อเพื่อนสิ้นเนื้อประดาตัว ก็ไม่ดูหมิ่น นี้ชื่อว่าอาคาริกมิตร

อนาคาริกมิตร เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นที่รัก พอใจ เป็นที่เคารพ ควรยกย่อง พูดเป็น ทนฟังถ้อยคำได้ กล่าวถ้อยคำได้ลึกซึ้ง และไม่ชักนำไปในเรื่องไม่สมควร ชักชวน (ให้บำเพ็ญ)ในทางอธิสีล ชักชวนให้หมั่นเจริญสติปัฏฐาน ๔ ชักชวนให้หมั่นเจริญ สัมมัปปธาน ๔ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ ฯลฯ อินทรีย์ ๕ ฯลฯ พละ ๕ ฯลฯ โพชฌงค์ ๗ ฯลฯ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ชื่อว่าอนาคาริกมิตร

คำว่า สหายผู้ใจดี อธิบายว่า การมาสบาย การไปสบาย การไปการมา สบาย การยืนสบาย การนั่งสบาย การนอนสบาย การทักทายสบาย การสนทนา สบาย การเจรจาสบาย การสนทนาปราศัยสบายกับชนเหล่าใด ชนเหล่านั้น เรียกว่า สหายผู้ใจดี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka