Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 469

<< | หน้าที่ 469 | >>
{๗๖๔} [๑๔๗] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า)

กามนี้เป็นเครื่องข้อง มีความสุขน้อย

ในกามนี้มีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก

ผู้มีปัญญารู้ว่า กามนี้เป็นดุจขอเหล็กแล้ว

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด (๗)

{๗๖๕} คำว่า กามนี้เป็นเครื่องข้อง มีความสุขน้อย อธิบายว่า คำว่า เครื่องข้อง เบ็ด เหยื่อ ความเกี่ยวข้อง ความพัวพัน นี้ เป็นชื่อของกามคุณ ๕

คำว่า มีความสุขน้อย อธิบายว่า สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ภิกษุ ทั้งหลาย กามคุณมี ๕ อย่างเหล่านี้ ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ

๑. รูปที่พึงรู้แจ้งทางตา อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด

๒. เสียงที่พึงรู้แจ้งทางหู...

๓. กลิ่นที่พึงรู้แจ้งทางจมูก...

๔. รสที่พึงรู้แจ้งทางลิ้น...

๕. โผฏฐัพพะที่พึงรู้แจ้งทางกาย อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้ใคร่ พาใจให้กำหนัด ภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่างนี้แล

ภิกษุทั้งหลาย สุข โสมนัส อันใดแล อาศัยกามคุณ ๕ นั้นเกิดขึ้น โสมนัสนี้ เรียกว่า กามคุณอันเป็นสุข สุขนี้น้อย คือ เล็กน้อย หน่อยเดียว เลวทราม ลามก สกปรก รวมความว่า กามนี้เป็นเครื่องข้อง มีความสุขน้อย

{๗๖๖} คำว่า ในกามนี้มีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก อธิบายว่า กามทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ในกามนี้มีโทษอย่างยิ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสว่ากามทั้งหลายเปรียบเหมือนร่างโครงกระดูก เปรียบเหมือนชิ้นเนื้อ เปรียบเหมือนคบเพลิงหญ้า เปรียบเหมือนหลุ่มถ่านเพลิง เปรียบเหมือนความฝัน เปรียบเหมือนของที่ยืมมา เปรียบเหมือนผลไม้คาต้นเปรียบ

๑ ม.อุ. ๑๔/๓๒๘/๒๙๙-๓๐๐

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka