Buddha
parisa
พระไตรปิฎก
AI ธรรมะ
E-Book
ฐานข้อมูลวัด
ติดต่อเรา
พระไตรปิฎก
AI ธรรมะ
E-Book
ฐานข้อมูลวัด
ติดต่อเรา
Tipitaka>
พระไตรปิฎก
ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 471
หน้าหลัก
/
พระไตรปิฎก
/
พระสุตตันตปิฎก
<<
| หน้าที่ 471 |
>>
{๗๖๙} คำว่า ทำลายสังโยชน์แล้ว ได้แก่ สังโยชน์ ๑๐ อย่าง
๑
คือ
๑. กามราคสังโยชน์ (สังโยชน์คือความกำหนัดในกาม)
๒. ปฏิฆสังโยชน์ (สังโยชน์คือความกระทบกระทั่งในใจ)
๓. มานสังโยชน์ (สังโยชน์คือความถือตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่)
๔. ทิฏฐิสังโยชน์ (สังโยชน์คือความเห็นผิด)
๕. วิจิกิจฉาสังโยชน์ (สังโยชน์คือความสงสัย)
๖. สีลัพพตปรามาสสังโยชน์ (สังโยชน์คือความถือมั่นศีลพรต)
๗. ภวราคสังโยชน์ (สังโยชน์คือความติดใจปรารถนาในภพ)
๘. อิสสาสังโยชน์ (สังโยชน์คือความริษยา)
๙. มัจฉริยสังโยชน์ (สังโยชน์คือความตระหนี่)
๑๐. อวิชชาสังโยชน์ (สังโยชน์คือความไม่รู้)
คำว่า ทำลายสังโยชน์แล้ว อธิบายว่า ทะลาย ทำลาย คือ ละ บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่งสังโยชน์ ๑๐ อย่าง รวมความว่า ทำลายสังโยชน์แล้ว
{๗๗๐} คำว่า เหมือนสัตว์น้ำทำลายข่าย อธิบายว่า ข่ายที่ทำด้วยด้าย เรียกว่า ข่าย น้ำท่าเรียกว่า น้ำ ปลาเรียกว่า สัตว์น้ำ อธิบายว่า ปลาทำลาย ทำให้ขาด ทำให้ฉีก ทำให้พัง ทำให้ข่ายพังทะลายแล้ว แหวกว่ายอยู่ เคลื่อนไหว เป็นไป เลี้ยงชีวิต ดำเนินไป ยังชีวิตให้ดำเนินไปได้ ฉันใด ข่ายมี ๒ ชนิด คือ (๑) ข่ายตัณหา (๒) ข่ายทิฏฐิ ฯลฯ นี้ชื่อว่าข่ายตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่าข่ายทิฏฐิ
๒
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นละข่ายตัณหา สลัดทิ้งข่ายทิฏฐิได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละข่ายตัณหา สลัดทิ้งข่ายทิฏฐิได้แล้ว พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นจึงไม่ข้องขัดในรูป เสียง กลิ่น ฯลฯ รูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ได้รับรู้ และในธรรมารมณ์ที่พึงรู้แจ้ง คือ ไม่ยึด ไม่ผูก ไม่พัวพัน ออก สลัดออก หลุดพ้น ไม่เกี่ยวข้อง มีใจเป็นอิสระ (จากกิเลส) อยู่ รวมความว่า เหมือนสัตว์น้ำทำลายข่าย
๑ สังโยชน์ คือกิเลสอันผูกมัดใจสัตว์ ทั้ง ๑๐ ข้อนี้ เป็นสังโยชน์ตามแนวอภิธรรม พึงดูรายละเอียดจาก อภิ.สงฺ. (แปล) ๓๔/๑๑๑๘/๒๘๕-๒๘๘
๒ เทียบกับความในข้อ ๑๑/๘๐-๘๑
หน้าก่อนหน้า
|
หน้าถัดไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka
พระวินัยปิฎก
Vinaya Piṭaka
อ่านพระวินัย →
พระสุตตันตปิฎก
Sutta Piṭaka
อ่านพระสูตร →
พระอภิธรรมปิฎก
Abhidhamma Piṭaka
อ่านอภิธรรม →