Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 498

<< | หน้าที่ 498 | >>
คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง มิได้เกลียดชัง อธิบายว่า สัตว์โลกทั้งปวงไม่เกลียดชัง คือ ไม่โกรธ ไม่อาฆาต ไม่กระทบกระทั่ง รวมความว่า สัตว์โลกทั้งปวง มิได้เกลียดชัง จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด ด้วยเหตุนั้น พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า นั้นจึงกล่าวว่า

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า) เสพอาศัยเมตตา

กรุณา มุทิตาและอุเบกขา อันเป็นวิมุตติตามกาล

สัตว์โลกทั้งปวงมิได้เกลียดชัง

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด

{๘๑๓} [๑๖๐] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้ากล่าวว่า)

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า) ละราคะ โทสะ และโมหะ

ทำลายสังโยชน์ได้แล้ว ไม่สะดุ้งในเวลาสิ้นชีวิต

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียว เหมือนนอแรด (๙)

คำว่า ละราคะ โทสะ และโมหะ อธิบายว่า

{๘๑๔} คำว่า ราคะ ได้แก่ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ อภิชฌา อกุศลมูลคือโลภะ

คำว่า โทสะ ได้แก่ ความอาฆาตแห่งจิต ฯลฯ ความดุร้าย ความเกรี้ยวกราด ความไม่แช่มชื่นจิต

คำว่า โมหะ คือ ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ข่ายคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ

คำว่า ละราคะ โทสะ และโมหะ อธิบายว่า พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้น ละ ละทิ้ง บรรเทา ทำให้หมดสิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่งราคะ โทสะ และโมหะ รวมความว่า ละราคะ โทสะ และโมหะ

๑ ดูรายละเอียดข้อ ๒/๕๐-๕๑

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka