[๕๘] ปัญญาในสภาวะที่ควรทำให้แจ้ง ชื่อว่านิโรธญาณ (ญาณในนิโรธ)
[๕๙] ปัญญาในสภาวะที่ควรเจริญ ชื่อว่ามัคคญาณ (ญาณในมรรค)
[๖๐] ทุกขญาณ (ญาณในทุกข์)
[๖๑] ทุกขสมุทยญาณ (ญาณในเหตุเกิดทุกข์)
[๖๒] ทุกขนิโรธญาณ (ญาณในความดับทุกข์)
[๖๓] ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ (ญาณในข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับทุกข์)
[๖๔] อัตถปฏิสัมภิทาญาณ (ญาณแตกฉานในอรรถ)
[๖๕] ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ (ญาณแตกฉานในธรรม)
[๖๖] นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ (ญาณแตกฉานในนิรุตติ)
[๖๗] ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ (ญาณแตกฉานในปฏิภาณ)
[๖๘] อินทริยปโรปริยัตตญาณ (ญาณในความยิ่งและความหย่อนแห่งอินทรีย์ ของสัตว์ทั้งหลาย)
[๖๙] อาสยานุสยญาณ (ญาณในอาสยะและอนุสัยของสัตว์ทั้งหลาย)
[๗๐] ยมกปฏิหาริยญาณ (ญาณในยมกปาฏิหาริย์)
[๗๑] มหากรุณาสมาปัตติญาณ (ญาณในมหากรุณาสมาบัติ)
[๗๒] สัพพัญญุตญาณ (ญาณความรู้ในธรรมทั้งปวง)
[๗๓] อนาวรณญาณ (ญาณที่ไม่มีเครื่องกั้น)
ญาณเหล่านี้รวมเป็น ๗๓ ประการ ในญาณทั้ง ๗๓ ประการนี้ ญาณ ๖๗ ประการ (เบื้องต้น) เป็นญาณที่ทั่วไปแก่สาวก ญาณ ๖ ประการ (เบื้องปลาย) เป็นญาณที่ไม่ทั่วไปแก่สาวก (เฉพาะพระตถาคตเท่านั้น)
มาติกา จบ