Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 68

<< | หน้าที่ 68 | >>
๖. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งวิกขิตตสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่กระจัดกระจาย)

๗. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งหตวิกขิตตกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่ถูกสับเป็นท่อน)

๘. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งโลหิตกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีโลหิต)

๙. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งปุฬุวกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีหนอน)

๑๐. สมาธิที่จิตเป็นเอกัคคตารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งอัฏฐิกสัญญา (ความหมายรู้ซากศพที่มีแต่กระดูก)

สมาธิเหล่านี้รวมเป็น ๕๕ อย่าง

{๙๓} [๔๔] อีกอย่างหนึ่ง สมาธิมีความหมาย ๒๕ อย่าง คือ

๑. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าสัทธินทรีย์เป็นต้นกำหนดถือเอา

๒. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าอินทรีย์เป็นบริวารแห่งกันและกัน

๔. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่ามีอารมณ์เดียว

๕. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ฟุ้งซ่าน

๖. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ซ่านไป

๗. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่ขุ่นมัว

๘. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่หวั่นไหว

๙. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าหลุดพ้นจากกิเลส

สรุปว่า ชื่อว่าสมาธิ เพราะจิตตั้งมั่นด้วยอำนาจปรากฏชัดในเอกัคคตารมณ์

๑๐. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าแสวงหาความสงบ

๑๑. ชื่อว่าสมาธิ เพราะมีความหมายว่าไม่แสวงหาธรรมที่เป็นข้าศึกแก่ ความสงบ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka