Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 432

<< | หน้าที่ 432 | >>
๕. ด้วยสภาวะเป็นธรรมที่ควรรู้ยิ่ง

๖. ด้วยสภาวะเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้

๗. ด้วยสภาวะเป็นธรรมที่ควรละ

๘. ด้วยสภาวะเป็นธรรมที่ควรเจริญ

๙. ด้วยสภาวะเป็นธรรมที่ควรทำให้แจ้ง

สัจจะ ๔ ท่านสงเคราะห์เข้ากับอาการ ๙ อย่างนี้ สัจจะใดท่าน สงเคราะห์เข้าด้วยกัน สัจจะนั้นเป็นสภาวะเดียว พระโยคาวจรย่อมรู้แจ้งสัจจะที่ เป็นสภาวะเดียวด้วยญาณเดียว เพราะเหตุนั้น สัจจะ ๔ จึงมีการรู้แจ้งด้วยญาณเดียว

สัจจะ ๔ มีการรู้แจ้งด้วยญาณเดียว พร้อมด้วยสภาวะเป็นของแท้ เป็น อย่างไร

คือ สัจจะ ๔ มีการรู้แจ้งด้วยญาณเดียว พร้อมด้วยสภาวะเป็นของแท้ ด้วยอาการ ๙ อย่างนี้ ได้แก่

๑. สภาวะที่ทนได้ยากแห่งทุกข์ มีสภาวะเป็นของแท้

๒. สภาวะที่เป็นเหตุเกิดแห่งสมุทัย มีสภาวะเป็นของแท้

๓. สภาวะที่เป็นความดับแห่งนิโรธ มีสภาวะเป็นของแท้

๔. สภาวะที่เป็นทางแห่งมรรค มีสภาวะเป็นของแท้

๕. สภาวะที่ควรรู้ยิ่งแห่งอภิญญา มีสภาวะเป็นของแท้

๖. สภาวะที่ควรกำหนดรู้แห่งปริญญา มีสภาวะเป็นของแท้

๗. สภาวะที่ควรละแห่งปหานะ มีสภาวะเป็นของแท้

๘. สภาวะที่ควรเจริญแห่งภาวนา มีสภาวะเป็นของแท้

๙. สภาวะที่ควรทำให้แจ้งแห่งสัจฉิกิริยา มีสภาวะเป็นของแท้

สัจจะ ๔ ท่านสงเคราะห์เข้ากับสภาวะเป็นของแท้ ด้วยอาการ ๙ อย่างนี้ สัจจะใดท่านสงเคราะห์เข้าด้วยกัน สัจจะนั้นเป็นสภาวะเดียว พระโยคาวจรย่อมรู้ แจ้งสัจจะที่เป็นสภาวะเดียว ด้วยญาณเดียว เพราะเหตุนั้น สัจจะ ๔ จึงมีการรู้ แจ้งด้วยญาณเดียว

สัจจะ ๔ มีการรู้แจ้งด้วยญาณเดียว พร้อมด้วยสภาวะเป็นอนัตตา ... พร้อมด้วยสภาวะเป็นของจริง ... สัจจะ ๔ มีการรู้แจังด้วยญาณเดียวพร้อม ด้วยสภาวะรู้แจ้ง เป็นอย่างไร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka