Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 22

<< | หน้าที่ 22 | >>
[๑๒๒] (พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า)

(พระปัจเจกพุทธเจ้า) ละเครื่องกั้นทางใจ ๕ ประการ ขจัดอุปกิเลส แห่งจิตทั้งปวงได้แล้ว ไม่อิงอาศัยเครื่องอาศัยคือทิฏฐิ ตัดความรักและความชังได้แล้ว จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๑๒๓] (พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า)

(พระปัจเจกพุทธเจ้า) ละสุข และทุกข์ โสมนัส โทมนัส ก่อน ๆ ได้แล้ว ได้อุเบกขาและสมถะอันสะอาดแล้ว จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๑๒๔] (พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า)

(พระปัจเจกพุทธเจ้า) ตั้งความเพียรเพื่อบรรลุประโยชน์อย่างยิ่ง มีจิตไม่ย่อหย่อน ไม่ประพฤติเกียจคร้าน มีความบากบั่นมั่นคง เข้าถึงเรี่ยวแรงยและกำลังแล้ว จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๑๒๕] (พระปัจเจกพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งกล่าวว่า)

(พระปัจเจกพุทธเจ้า) ผู้ไม่ละการหลีกเร้น และฌาน ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมเป็นนิตย์ พิจารณาเห็นโทษในภพแล้ว จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

๑ เครื่องกั้นทางใจ ๕ ประการ ในที่นี้หมายถึงนิวรณ์ ๕ (ขุ.อป.อ. ๑/๑๒๒/๒๓๒)
๒ อุปกิเลส หมายถึงอกุศลธรรมที่เข้าไปเบียดเบียนจิต (มี ๑๖ คือ อภิชฌาวิสมโลภะ พยาบาท โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ) (ขุ.อป.อ. ๑/๑๒๒/๒๓๒)
๓ การหลีกเร้น ในที่นี้หมายถึงกายวิเวก สงัดกาย (ขุ.อป.อ. ๑/๑๒๕/๒๓๖)
๔ ฌาน ในที่นี้หมายถึงจิตตวิเวก สงัดจิต (ขุ.อป.อ. ๑/๑๒๕/๒๓๖)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka