Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 28

<< | หน้าที่ 28 | >>
[๑๕๔] ถั่วดำ ถั่วเหลือง ต้นกล้วย ต้นมะงั่ว งอกงามด้วยน้ำหอม ออกฝัก ออกผล(เป็นทองคำ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม)

[๑๕๕] (ในบึงใกล้ ๆ อาศรมของข้าพเจ้า) ปทุมบางกอกำลังมีดอกตูม บางกอมีเกสรกำลังแย้ม บางกอมีเกสร(ในกลีบ)ร่วงหล่น บางกอมีดอกบานสะพรั่งอยู่ในบึง ในครั้งนั้น

[๑๕๖] ปทุมบางกอกำลังมีดอกตูม เหง้าบัวเลื้อยไปทั่ว กอกระจับมีใบดารดาษ งดงามอยู่ในบึง ในครั้งนั้น

[๑๕๗] ต้นตาเสือ ต้นจงกลนี ต้นอุตตลี และต้นชบา มีดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ อยู่ใกล้ ๆ บึง ในครั้งนั้น

[๑๕๘] ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า ฝูงปลาตะเพียน ฝูงปลาสังกุลา(ปลาลูกดอก) และฝูงปลาทอง อาศัยอยู่ในบึง ในครั้งนั้น

[๑๕๙] (ใกล้ ๆ อาศรมของข้าพเจ้า) มีฝูงจระเข้ ฝูงตะโขง ฝูงปลาฉนาก ฝูงผีเสื้อน้ำ(ยักษ์ร้าย)ฝูงงูหลาม ฝูงงูเหลือมอาศัยอยู่ในบึง ในครั้งนั้น

[๑๖๐] (ใกล้ ๆ อาศรมของข้าพเจ้า) มีฝูงนกพิราบ ฝูงนกเป็ดน้ำ ฝูงนกจักรพาก ฝูงนกกาน้ำ ฝูงนกดุเหว่า ฝูงนกแก้ว และฝูงนกสาลิกา อาศัยสระนั้นหากิน

๑ ตะโขง มีลักษณะคล้ายจระเข้แต่ปากเรียวและยาวกว่า อีกอย่างหนึ่ง แปลว่า ปลาร้าย
๒ ปลาฉนาก ได้แก่ปลามีปากมีลักษณะเป็นกระดูกแข็งยื่นออกไปเป็นก้านยาวมีฟันทั้ง ๒ ข้างคล้ายฟันเลื่อย
๓ จักรพาก หรือ จักรวาก คู่ของนกนี้ต้องพรากจากกันครวญถึงกัน ในเวลากลางคืน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka