[๔๐๔] พระเจดีย์นั้นรุ่งเรืองอยู่(ด้วยรัตนะทั้ง ๗) ดุจกองไฟลุกโพลงอยู่ ส่องสว่างทั่วทั้ง ๔ ทิศ ดุจต้นพญาไม้สาละออกดอกบานสะพรั่ง และดุจสายรุ้งในอากาศ
[๔๐๕] ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น สร้างกุศลเป็นอันมากแล้วระลึกถึงบุพกรรมแล้ว จึงไปเกิดยังสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
[๔๐๖] ข้าพเจ้าอธิษฐานยานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัว วิมานของข้าพเจ้า สูงตระหง่าน ๗ ชั้น
[๔๐๗] (ในวิมานนั้น) มีเรือนยอด ๑,๐๐๐ หลัง ทำด้วยทองคำล้วน รุ่งเรืองด้วยเดชของตน ส่องสว่างทั่วทุกทิศ
[๔๐๘] ครั้งนั้น มีศาลาหน้ามุขทำด้วยแก้วทับทิมแม้เหล่าอื่นอยู่ ศาลาหน้ามุขแม้เหล่านั้นมีรัศมีโชติช่วงรอบ ๆ ทั้ง ๔ ทิศ
[๔๐๙] เรือนยอดซึ่งเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้อย่างดี ทำด้วยแก้วมณี โชติช่วงโดยรอบทั่วทุกทิศ
[๔๑๐] แสงสว่างแห่งเรือนยอดซึ่งโชติช่วงอยู่เหล่านั้นได้สว่างเจิดจ้า ข้าพเจ้าปกครองเทวดาทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
[๔๑๑] ในกัปที่ ๖๐,๐๐๐ (นับแต่กัปนี้ไป) ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์นามว่าอุพพิทธะ มีชัยชนะ มีทวีปทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ครองแผ่นดิน
[๔๑๒] ในภัทรกัปก็อย่างนั้นเหมือนกัน ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้มีพลานุภาพมาก ยินดีพอใจในกรรมของตน ๑ ถึง ๓๐ ชาติ