Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 85

<< | หน้าที่ 85 | >>
[๕๕๖] ครั้งนั้น ข้าพระองค์ได้ไสช้างสิริกะไป จะให้ทำร้ายพระพุทธเจ้า เพราะเหตุนั้น ช้างนั้นเหมือนเกิดความโกรธยกเท้าไม่ขึ้น

[๕๕๗] ข้าพระองค์เห็นช้างเสียใจ จึงโกรธพระพุทธเจ้า เบียดเบียนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้ไปอุทยาน

[๕๕๘] เพราะการจะให้ช้างทำร้ายนั้นเป็นเหตุ ข้าพระองค์จึงมิได้ประสบความสำราญ ศีรษะเป็นเหมือนมีไฟลุกโพลงอยู่ ข้าพระองค์ถูกความเร่าร้อนเผาไหม้อยู่ เหมือนปลาติดเบ็ด

[๕๕๙] แผ่นดินซึ่งมีสมุทรสาครเป็นที่สุด ย่อมปรากฏแก่ข้าพระองค์เป็นดุจไฟลุกท่วม ข้าพระองค์ได้เข้าเฝ้าพระราชบิดาแล้วกราบทูลคำนี้ว่า

[๕๖๐] หม่อมฉันได้ทำร้ายพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระสยัมภูพระองค์ใด ผู้เป็นดังอสรพิษที่ถูกทำให้โกรธ ดังกองไฟที่ลามมา ดังช้างพลายตัวตกมัน

[๕๖๑] พระพุทธชินเจ้า ผู้มีตบะแก่กล้า ถูกข้าพระองค์รุกราน พวกเราชาวเมืองทั้งปวงจักพินาศ พวกเราจักขอขมาพระมุนีนั้น

๑ แปลตามอรรถกถา (ขุ.อป.อ. ๑/๕๖๐/๓๕๐) ท่านเปรียบพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าว่าเป็นดัง อสรพิษร้ายบ้าง ดังกองไฟบ้าง ดังราชสีห์ชาติไกรสรบ้าง ดังช้างตกมันบ้าง คนที่เข้าใกล้อสรพิษ กอง ไฟลุกโชติช่วง ราชสีห์ดุร้าย ช้างตกมัน ย่อมได้รับอันตราย ฉันใด ผู้ที่ทำร้ายพระพุทธเจ้า พระ ปัจเจกพุทธเจ้า ก็ย่อม ประสบบาปกรรมใหญ่หลวง ก็ฉันนั้น
ดังบาลีว่า
อาสีวิโส ยถา โฆโร มิคราชาว เกสรี มตฺโตว กุญฺชโร ทนฺโต เอวํ พุทฺธา ทุราสทา.
(ขุ.อป. ๓๒/๒๗๐/๔๔๙ )
คาถาที่ ๕๖๐ นี้ เดิมแปลอสรพิษร้าย และกองไฟเป็นอุปมาของช้าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka