Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 105

<< | หน้าที่ 105 | >>
[๒๐] ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดยังวิมาน วิมานของข้าพเจ้าสูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น

[๒๑] เมื่อกลองตีดังกระหึ่มอยู่ ข้าพเจ้าได้รับการบำเรออยู่ทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๕ ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชามีนามว่ายโสธระ

[๒๒] แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี มีเสาต้นเดียวน่ารื่นรมย์ใจ

[๒๓] ในกัปที่ ๒๑ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นกษัตริย์มีนามว่าอุเทน แม้ในสถานที่นั้น วิมานของข้าพเจ้าก็สูงตระหง่านถึง ๗ ชั้น

[๒๔] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ข้าพเจ้าก็ได้เสวยความสุขนั้นทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง

[๒๕] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายเสาไว้ ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเสาต้นหนึ่ง

[๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเอกถัมภิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกถัมภิกเถราปทานที่ ๒ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka