[๗๕] มีกรุงนามว่าเรณุวดี ยาว ๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส
[๗๖] มีปราสาทชื่อว่าสุทัสสนะ วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี ประดับประดาด้วยรัตนะ ๗ ประการ
[๗๗] กรุงนั้นไม่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ ๑ พลุกพล่านด้วยพวกวิทยาธร จักเป็นดุจเมืองสุทัสสนะของเหล่าเทวดา
[๗๘] พอเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น กรุงนั้นก็เปล่งรัศมี นครนั้นรุ่งเรืองเป็นนิตย์ แผ่ออกไป ๘ โยชน์ โดยรอบ
[๗๙] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
[๘๐] อุบาสกนั้นถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต เกิดเป็นพระโอรสของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
[๘๑] ถ้าหากเขาจะพึงอยู่ครองเรือนก็จะพึงได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาผู้คงที่ จะยินดีในการอยู่ครองเรือนนั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้ (เป็นไปไม่ได้)
[๘๒] เขาจักต้องออกจากเรือนไปบวช มีข้อวัตรอันดี จักสำเร็จเป็นพระอรหันต์โดยนามว่าราหุล
[๘๓] พระราหุลเป็นผู้มีปัญญารักษาตน สมบูรณ์ด้วยศีล ดุจนกต้อยตีวิดรักษาฟองไข่ ดุจจามรีรักษาขนหาง พระมหามุนีได้ทรงเห็นเราแล้ว