[๑๗] เจ้าถูกลูกศรคือความเศร้าโศกเสียบแล้ว ทั้งกลางวันและกลางคืน จักถูกความเร่าร้อนแผดเผา เหมือนช้างถูกขับออกจากโขลง ฉะนั้น
[๑๘] ทองเก๊ ย่อมใช้ไม่ได้ในที่ไหน ๆ ฉันใด เจ้าเสื่อมแล้วจากศีลก็จักใช้ในที่ไหน ๆ ไม่ได้ ฉันนั้น
[๑๙] แม้เจ้าอยู่ครองเรือน จักเป็นอยู่ได้อย่างไร ทรัพย์ทั้งที่เป็นของมารดาและบิดาของเจ้าที่เก็บไว้ก็ไม่มี
[๒๐] เจ้าจักต้องทำการงานของตน ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ จักเป็นอยู่ในเรือนอย่างนี้ เป็นการดีแก่เจ้าที่จะไม่ชอบมัน
[๒๑] ข้าพเจ้าห้ามใจที่หมักหมมด้วยสังกิเลสอย่างนี้ในที่นั้น ได้กล่าวธรรมกถาต่าง ๆ ห้ามจิตจากความชั่ว
[๒๒] เมื่อข้าพเจ้าเป็นอยู่ด้วยความไม่ประมาทอย่างนี้ ข้าพเจ้าอยู่ในป่าใหญ่ล่วงเลยมา ๓๐,๐๐๐ ปี
[๒๓] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงเห็นข้าพเจ้าผู้ยินดีในความไม่ประมาท ผู้แสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด จึงเสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า
[๒๔] ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีพระรัศมีดังสีทองชมพูนุท ๑ ประมาณมิได้ ไม่มีใครเปรียบได้ ไม่มีใครเสมอด้วยพระรูป เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ
[๒๕] ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าไม่มีใครเสมอด้วยพระญาณ เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ ดังต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง เหมือนสายฟ้าในกลีบเมฆ