[๘๔] พวกมนุษย์ที่ไม่เชื่อในคำสอน และพวกที่เลื่อมใสในศาสนา มีความต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ จึงพากันบูชาพระสถูป
[๘๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างอยู่ในกรุงหงสวดี เห็นชนพากันรื่นเริงบันเทิงใจ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า
[๘๖] ชุมชนเหล่านี้ พากันดีใจ ไม่อิ่มถึงสักการะที่ควรทำ ซึ่งปรากฏที่เรือนแห่งพระธาตุของพระผู้มีพระภาคผู้ยิ่งใหญ่
[๘๗] แม้เราก็จักทำสักการะแด่พระโลกนาถ ผู้คงที่ จักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ในอนาคต
[๘๘] ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าห่มของข้าพเจ้าที่ช่างย้อมซักไว้อย่างดี คล้องไว้ที่ปลายไม้ไผ่ แล้วยกเป็นธงไว้ในท้องฟ้า
[๘๙] ยักษ์อภิสัมมตะจับธงของข้าพเจ้านำไปในท้องฟ้า ข้าพเจ้าเห็นแต่ธงถูกลมสะบัดได้ทำให้เกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง
[๙๐] ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในธงนั้นแล้ว เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นสมณะรูปหนึ่ง อภิวาทท่านแล้วได้สอบถามถึงผลในการถวายธง
[๙๑] ภิกษุรูปนั้นกล่าวถึงการที่ข้าพเจ้า เกิดความอิ่มเอิบใจในการถวายธงให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านจักได้เสวยวิบากแห่งการถวายธงนั้นในกาลทุกเมื่อ
[๙๒] กองทัพ ๔ เหล่า คือพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
[๙๓] เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม แวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง