Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 153

<< | หน้าที่ 153 | >>
[๒๑] แม้พระองค์ทรงเป็นสัพพัญญู เปรียบด้วยนายเกวียนทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงชักนำชนจำนวนมากออกจากทางผิดแล้วตรัสบอกทางถูก

[๒๒] ทรงฝึกพระองค์แล้ว มีหมู่ภิกษุผู้ฝึกตนห้อมล้อมแล้ว มีปกติเข้าฌาน มีหมู่ภิกษุห้อมล้อมผู้ยินดีในฌาน มีความเพียร ห้อมล้อมด้วยผู้มีจิตเด็ดเดี่ยว สงบระงับ ผู้คงที่

[๒๓] พระองค์ประดับด้วยสาวกบริษัท ทรงงดงามด้วยพระญาณที่เกิดจากบุญ พระองค์มีพระรัศมีพวยพุ่งดังดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

[๒๔] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้มีจิตเลื่อมใสแล้ว ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๒๕] พราหมณ์ใดเกิดความร่าเริงแล้วสรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลก ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๒๖] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต จักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

[๒๗] ครั้นบวชในศาสนาแล้วจักได้ความยินดีและความร่าเริง มีนามว่าสาคตะ เป็นสาวกของพระศาสดา

[๒๘] ข้าพเจ้าครั้นบวชแล้ว เว้นกายทุจริต ละวจีทุจริต ชำระอาชีวะให้บริสุทธิ์

[๒๙] ข้าพเจ้าอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว อยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

๑ ทางถูก ในที่นี้หมายถึงอุบายเครื่องบรรลุนิพพานซึ่งเป็นทางของสัตบุรุษ (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๖๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka