Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 155

<< | หน้าที่ 155 | >>
[๓๗] ผู้นั้นจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๐ กัป จักแผ่รัศมีไป ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๓๘] ผู้นั้นจักมาเกิดยังมนุษยโลก เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าปภัสสระ จักเป็นผู้มีเดชแผ่ไป

[๓๙] ผู้นั้นจักได้เป็นกษัตริย์ ส่องสว่างไป ๘ ศอก โดยรอบทั้งกลางวันกลางคืน เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น

[๔๐] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๑] ผู้นั้นถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต มาเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์มีนามว่ากัจจานะ ตามโคตร

[๔๒] ภายหลังเขาออกบวชแล้วจักสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ไม่มีอาสวะ พระโคดมผู้ส่องโลกให้โชติช่วงจักตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะ

[๔๓] เขาจักตอบปัญหาที่ถูกถามอย่างย่อได้โดยพิสดาร และเมื่อตอบปัญหานั้น จักทำอัธยาศัยให้เต็มได้

[๔๔] ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้อภิชาตบุตรในตระกูลที่มั่งคั่ง จบมนตร์ สละทรัพย์และข้าวเปลือกแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๔๕] เมื่อถูกถามปัญหาแม้โดยย่อ ข้าพเจ้าก็กล่าวแก้ได้โดยพิสดาร ทำอัธยาศัยของชนเหล่านั้นให้เต็ม ให้พระผู้มีพระภาคผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ทรงพอพระทัยได้

[๔๖] พระมหาวีระผู้เป็นพระสยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ ข้าพเจ้าทำให้ทรงพอพระทัยแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka