Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 159

<< | หน้าที่ 159 | >>
[๖๙] อนึ่ง สัตว์เหล่าใดมีเจตนา สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ทั้งที่มีรูป และไม่มีรูป ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์

[๗๐] พระองค์ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกที่อากูลด้วยความมืดนี้ได้ สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้

[๗๑] สัตว์โลกถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้แล้ว ถูกความมืดปกคลุมแล้ว เมื่อพระญาณของพระองค์โชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกขจัดแล้ว

[๗๒] พระองค์เป็นผู้มีพระจักษุ บรรเทาความมืดที่ใหญ่หลวงของสัตว์ทั้งปวงได้ ชนจำนวนมากฟังธรรมของพระองค์แล้วจักนิพพาน

[๗๓] ข้าพเจ้านำน้ำผึ้งรวงที่ไม่มีโทษ ใส่เต็มหม้อแล้ว ใช้มือทั้ง ๒ ข้างประคอง น้อมถวายพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๗๔] พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงรับด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ครั้นเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ

[๗๕] พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้องอาจกว่านรชน ประทับยืนอยู่ในอากาศ เมื่อจะทรงทำจิตของข้าพเจ้าให้เลื่อมใสได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๗๖] ผู้ใดชมเชยพระญาณนี้และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka