Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 172

<< | หน้าที่ 172 | >>
[๔๐] นางกษัตริย์ ครั้นประสูติพระราชบุตร และพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้วจักสวรรคต และพระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญา ผู้เป็นที่รักแรกรุ่นดรุณีเป็นพระมเหสี

[๔๑] พระนางกัญญาจักทำให้พระเจ้าโอกกากราช ทรงพอพระทัยแล้วได้พร พระนางได้พรแล้วจักให้เนรเทศ พระราชบุตรและพระราชบุตรี

[๔๒] พระราชบุตรและพระราชบุตรีทั้งหมดนั้น ถูกเนรเทศแล้วจักไปยังภูเขาสูงสุด พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี เพราะกลัวว่าชาติตระกูลจะระคนกัน

[๔๓] ส่วนพระเชษฐกัญญาพระองค์หนึ่งจักถูกพยาธิกลุ้มรุม กษัตริย์ทั้งหลายจักซ่อนไว้ด้วยคิดว่า ชาติตระกูลของพวกเราอย่าแตกสลายเลย

[๔๔] กษัตริย์องค์หนึ่งจึงนำพระเชษฐกัญญานั้นมาสมสู่อยู่ด้วยกัน ความเกิดแห่งวงศ์โอกกากราชจักแยกกันในครั้งนั้น

[๔๕] โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมีพระนามว่าโกลิยะ โดยพระชาติ จักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่น้อยในภพนั้น

[๔๖] ผู้นี้จุติจากกายนั้นแล้วจักไปเกิดยังเทวโลก แม้ในเทวโลกนั้นจักได้วิมานอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ

[๔๗] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก มาเกิดเป็นมนุษย์ มีชื่อว่าโสณะ

[๔๘] จักบำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว บำเพ็ญเพียรในศาสนาของพระศาสดา จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka