Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 182

<< | หน้าที่ 182 | >>
[๑๐๔] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว บรรทมอยู่นั่นแลได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๐๕] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ใช้มาลัยของหอม บังร่มให้เราในกาลสุดท้าย ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๐๖] บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้ว จักไปเกิดยังหมู่เทวดาชั้นดุสิต ได้ครองราชสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว จักไปเกิดยังสวรรค์ชั้นนิมมานรดี

[๑๐๗] เขาถวายมาลัยที่ประเสริฐด้วยอุบายนี้นั่นเอง จักพอใจกรรมของตน เสวยสมบัติ

[๑๐๘] บุคคลผู้นี้จักเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นอีก จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้วจักไปเกิดเป็นมนุษย์

[๑๐๙] พระผู้มีพระภาคผู้มหานาคศากยบุตร ผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงมีพระจักษุ ทรงให้หมู่สัตว์จำนวนมากตรัสรู้แล้วจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน

[๑๑๐] ครั้งนั้น เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักเข้าเฝ้า ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักทูลถามปัญหาในครั้งนั้น

[๑๑๑] พระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงให้เขาร่าเริงแล้ว ทรงทราบบุพกรรม จักทรงเปิดเผยสัจจะทั้งหลาย

[๑๑๒] ปัญหานี้เขาพอใจแล้ว เขายินดี มีใจแน่วแน่ จักถวายอภิวาทพระศาสดาแล้วทูลขอบวช

[๑๑๓] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วยกรรมของตน จึงยอมให้บวช


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka