Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 186

<< | หน้าที่ 186 | >>
[๑๓๕] จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย

[๑๓๖] เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี

[๑๓๗] และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา

[๑๓๘] เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๑๓๙] ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่น ๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด

[๑๔๐] ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน

[๑๔๑] พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ)

[๑๔๒] จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka