Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 200

<< | หน้าที่ 200 | >>
[๘๐] ต้นไม้งอกขึ้นบนแผ่นดิน โดยนามบัญญัติว่าอสนะ ข้าพเจ้าบำรุงต้นโพธิ์ชื่ออสนะอันอุดมนี้ตลอด ๕ ปี

[๘๑] ข้าพเจ้าได้เห็นต้นไม้มีดอกบานสะพรั่งน่าอัศจรรย์ เป็นเหตุให้ขนพองสยองเกล้า เมื่อจะประกาศกรรมของตน จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๘๒] ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ พระองค์นั้น ทรงเป็นพระสยัมภู ผู้เป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับนั่งอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๘๓] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ปลูกต้นโพธิ์นี้ และทำการบูชาพระพุทธเจ้าโดยเคารพ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๘๔] เขาจักครองเทวสมบัติในหมู่เทวดา ๓๐ กัป และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๔ ชาติ

[๘๕] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว เสวยสมบัติทั้ง ๒ จักรื่นรมย์อยู่ในความเป็นมนุษย์

[๘๖] เขามีจิตเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงจักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๘๗] ข้าพเจ้าหมั่นประกอบวิเวก เป็นผู้สงบระงับ ไม่มีอุปธิ ตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๘๘] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการปลูกต้นโพธิ์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka