[๕๐] ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส กำลังเสด็จสวนทางมาในระหว่างร้านตลาด พร้อมกับการได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงคิดอย่างนี้ในเวลานั้นว่า
[๕๑] ประโยชน์อะไรของเรากับดอกไม้เหล่านี้ ที่เราใช้บำรุงพระราชา เราพึงได้บ้าน คามเขต หรือทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น
[๕๒] เราบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน ผู้มีความเพียร ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกแล้ว จักได้ทรัพย์อันเป็นอมตะ
[๕๓] ข้าพเจ้าครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส จับดอกบัวแดง ๓ ดอกโยนขึ้นไปในอากาศ ในครั้งนั้น
[๕๔] พอข้าพเจ้าโยนขึ้นไป ดอกบัวแดงเหล่านั้นก็แผ่(ขยายกลีบ)อยู่ในอากาศ ขั้วชี้ขึ้นข้างบน ดอกย้อยลงข้างล่าง กั้นอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ
[๕๕] หมู่มนุษย์ที่เห็นแล้วพากันโห่ร้องเกรียวกราว ทั้งเทวดาในอากาศก็พากันแซ่ซ้องสาธุการว่า
[๕๖] ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เพราะอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เราทั้งหมดจักฟังธรรม เพราะ อานุภาพแห่งดอกไม้
[๕๗] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
[๕๘] เราจักพยากรณ์มาณพผู้ที่ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด