Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 263

<< | หน้าที่ 263 | >>
[๑๒] พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสรงสนานและดื่มแล้ว เสด็จขึ้นทรงผ้าผืนเดียว ประทับยืนเหลียวดูทิศน้อยใหญ่อยู่ ณ ที่นั้น

[๑๓] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเข้าไปในที่อยู่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีจิตร่าเริงเบิกบาน ได้ปรบมือ

[๑๔] ข้าพเจ้าประกอบการฟ้อนรำ การขับร้องและการประโคมดนตรีมีองค์ ๕ ถวายพระองค์ ผู้รุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ ส่องแสงเรืองรองดังทองคำ

[๑๕] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้น ๆ ข้าพเจ้าเป็นใหญ่เหนือสัตว์ทั้งปวง ยศของข้าพเจ้าก็ไพบูลย์

[๑๖] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ ขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ พระองค์ผู้เป็นพระมุนี ทรงทำพระองค์ให้ยินดีแล้ว จึงทรงทำผู้อื่นให้ยินดีตาม

[๑๗] ข้าพเจ้าผู้มีวัตรดีงามกำหนดแล้ว นั่งลง ทำความร่าเริง เข้าไปบำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต

[๑๘] ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ชาติ พระนามว่าเอกจินติตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka