Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 283

<< | หน้าที่ 283 | >>
[๔๗] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ กองลมไม่พัด บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๘] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ รัตนะทุกชนิดส่องแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๔๙] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระบาทไปได้ ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่

[๕๐] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอประสูติแล้วเท่านั้น ก็ทรงเหลียวดูทิศทั้งปวง แล้วทรงเปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๕๑] ข้าพเจ้าทำหมู่ชนให้เกิดสังเวชแล้ว ชมเชย พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก

[๕๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าชมเชยพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการชมเชย

๑ ดูเชิงอรรถข้อ ๒๓ หน้า ๒๖๔ ในเล่มนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka