Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 286

<< | หน้าที่ 286 | >>
[๖๗] ข้าพเจ้าวางดอกอุบล ๕ กำไว้บนหลังของข้าพเจ้า ประสงค์จะบูชายัญ ในสมาคมบิดามารดา

[๖๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ทรงองอาจกว่านรชน มีหมู่ภิกษุห้อมล้อมเสด็จมาทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว

[๖๙] ข้าพเจ้าปูลาดอาสนะแล้วลาดดอกอุบลนั้น นิมนต์พระมหามุนี นำเสด็จไปยังเรือนของตน

[๗๐] อามิสใดที่ข้าพเจ้าตระเตรียมไว้ มีอยู่ในเรือนของตน ข้าพเจ้าเลื่อมใสได้ถวายอามิสนั้นแด่พระพุทธเจ้า ด้วยมือทั้ง ๒ ของตน

[๗๑] ข้าพเจ้าทราบเวลาว่า พระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จแล้ว จึงได้ถวายดอกอุบลกำหนึ่ง พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญูทรงอนุโมทนาแล้ว บ่ายพระพักตร์เสด็จหลีกไปทางทิศเหนือ

[๗๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายดอกไม้ไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้

[๗๓] ในกัปที่ต่อจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวรทัสสนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๗๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระกุสุมาสนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

กุสุมาสนิยเถราปทานที่ ๖ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka