Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 301

<< | หน้าที่ 301 | >>
[๕๐] อนึ่ง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น ชนทั้งหลายไม่สามารถจะให้กำเริบได้ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๑] นารทพราหมณ์นั้น ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ ด้วย ๓ คาถาเหล่านี้แล้ว ได้เดินไปข้างหน้า

[๕๒] ด้วยจิตที่เลื่อมใสและด้วยการชมเชยพระพุทธเจ้านั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๕๓] ในกัปที่ ๑๓๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมิตตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๕๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ จบ


๘. เอกรังสนิยเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระเอกรังสนิยเถระ


(พระเอกรังสนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)


{๑๔๐} [๕๕] ชนทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้าว่าเกสวะ โดยชื่อว่านารทะ ข้าพเจ้าแสวงหากุศลและอกุศลอยู่ ได้ไปยังสำนักของพระพุทธเจ้า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka