[๒๖] ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์แล้ว จงหว่านปลูกพืชชนิดดีไว้ในพระสงฆ์นั้น ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส เป็นเนื้อนาบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุด
[๒๗] พระองค์เป็นพระสัพพัญญูผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ครั้นตรัสดังนี้ ทรงพร่ำสอนข้าพเจ้าอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ
[๒๘] เมื่อพระสัพพัญญูผู้องอาจกว่านรชน พอเสด็จไปได้ไม่นาน ข้าพเจ้าก็สิ้นชีวิต แล้วได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต
[๒๙] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใส ในพระสงฆ์ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส เป็นเนื้อนาบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุด แล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง
[๓๐] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ความเลื่อมใสในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความเลื่อมใส
[๓๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสัมปสาทิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัมปสาทิกเถราปทานที่ ๖ จบ