Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 514

<< | หน้าที่ 514 | >>
มีพระอรหันต์ทั้งหลายแวดล้อม ครั้นแล้วได้ทำจิตให้เลื่อมใส

[๙๔] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า นมัสการพระองค์ผู้มีวัตรงามแล้ว ได้ถวายผ้าห่ม

[๙๕] ข้าพเจ้าประคองผ้าสาฎกด้วยมือทั้ง ๒ แล้วยกขึ้น ผ้าสาฎกปกปิด(บังแดดฝน)ตลอดทั่วพุทธบริษัท

[๙๖] เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจำนวนมาก เที่ยวจาริกไปบิณฑบาตในเวลานั้น ผ้าสาฎกได้กั้นเป็นหลังคา ยังข้าพเจ้าให้ร่าเริง

[๙๗] เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจะออกจากเรือน พระศาสดาผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับยืนอยู่ที่ถนนได้ทรงทำอนุโมทนาว่า

[๙๘] เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายผ้าสาฎกแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๙๙] ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลก ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นจอมเทพครองเทวราชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ชาติ

[๑๐๐] เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลก จักมีผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

[๑๐๑] และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๑๐๒] เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ สิ่งที่เขาปรารถนาด้วยใจทุกอย่างจักบังเกิดขึ้นทันที


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka