พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง
[๔๙] เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงเป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
[๕๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่งแด่พระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระองค์นั้น
[๕๑] ครั้นถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพแล้ว ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๕๒] พอข้าพเจ้าไปได้ไม่นาน ราชสีห์ได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถูกราชสีห์ทำให้ล้มลงได้สิ้นชีวิตลงในที่นั้น
[๕๓] (เพราะ)กรรมที่ข้าพเจ้าทำแล้วในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดผู้ไม่มีอาสวะ ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังเทวโลก ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดแล่นไปดีแล้ว
[๕๔] ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงดงาม ที่บุญกรรมเนรมิตไว้แล้วสูง ๑,๐๐๐ ชั่วธนู มี ๗ ชั้น สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว
[๕๕] รัศมีของปราสาทนั้นพวยพุ่งดุจดวงอาทิตย์อุทัย ปราสาทแออัดด้วยเหล่านางเทพกัญญา ข้าพเจ้าบันเทิงเริงรมย์ด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม