[๕๑] ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ถวายอภิวาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า
[๕๒] ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ ขอพระองค์พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๑๐๐,๐๐๐ รูป โปรดรับนิมนต์ พระองค์เมื่อจะทำจิตของข้าพระองค์ให้ร่าเริง ขอจงเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของข้าพระองค์เถิด
[๕๓] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้มีพระจักษุ ทรงรู้ความดำริของข้าพเจ้า จึงทรงรับนิมนต์(ด้วยดุษณีภาพ)
[๕๔] ข้าพเจ้าทราบว่าพระองค์ทรงรับนิมนต์แล้ว จึงถวายอภิวาทพระศาสดา มีจิตร่าเริงเบิกบาน เข้าไปยังนิเวศน์ของตน
(การตระเตรียมทาน)
[๕๕] ข้าพเจ้าประชุมมิตรและอำมาตย์แล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า เราได้สิ่งที่ได้แสนยากแล้ว เปรียบเหมือนได้แก้วมณีโชติรส
[๕๖] เราจักบูชาพระองค์ด้วยอะไร พระชินเจ้ามีคุณหาประมาณมิได้ หาใครเปรียบมิได้ ไม่มีใครเทียบเท่า ไม่มีใครเสมอ เป็นนักปราชญ์ ไม่มีบุคคลเปรียบ